
นางสาวนุชจารี วนาศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นางสาววิยะดา แก้วเคียงคำ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ นางสาวเอมลิน พิพัฒนภักดี นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ และนายท้าย สุนนท์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่ดำเนินการเก็บข้อมูลมอดเจาะผลกาแฟในภาคสนาม ร่วมกับเจ้าหน้าที่กลุ่มการจัดการศัตรูพืชหลังการเก็บเกี่ยว กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย เจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอแม่สะเรียง ณ ตำบลแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยเก็บกับดักสารล่อมอดเจาะผลกาแฟ และสำรวจตรวจนับผลกาแฟที่ถูกมอดเจาะผลกาแฟเข้าทำลายบนต้น ในแปลงศึกษาวิจัย จำนวน 3 แปลง รวมทั้งสิ้น 30 ต้น และ 21 กับดักสารล่อ กาแฟอยู่ในระยะผลสีเขียว ภายใต้โครงการสำรวจและป้องกันกำจัดมอดเจาะผลกาแฟในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน เพื่อประเมินความหนาแน่นของประชากรมอดเจาะผลกาแฟภายหลังการควบคุมด้วยเชื้อราบิวเวอเรีย ในระยะเวลา 14 วัน ผลการสำรวจพบมอดเจาะผลกาแฟในกับดักสารล่อทุกกรรมวิธี โดยความหนาแน่นของประชากรที่ตรวจพบมีค่าสูงกว่าก่อนดำเนินการควบคุมในทุกกรรมวิธี ทั้งนี้ ค่าเฉลี่ยจำนวนมอดเจาะผลกาแฟที่ตรวจพบในกรรมวิธีที่ 1–3 เท่ากับ 2.28, 5.14 และ 1.57 ตัวต่อกับดัก ตามลำดับ เนื่องจากสภาพภูมิอากาศในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้น มีแสงแดดต่อเนื่องสลับกับสภาพอากาศแห้ง และฝนตกเป็นบางช่วง ส่งผลให้อัตราการระเหยและการฟุ้งกระจายของสารล่อมีประสิทธิภาพมากขึ้นจึงสามารถดึงดูดมอดเจาะผลกาแฟเข้าสู่กับดักได้มากกว่าช่วงที่มีฝนตกซุก นอกจากนี้จากการสำรวจยังพบมอดเจาะผลกาแฟที่แสดงอาการถูกเชื้อราบิวเวอเรียเข้าทำลายในแปลงศึกษาวิจัย กรรมวิธีที่ 2 ซึ่งติดตั้งชุดอุปกรณ์ปล่อยสปอร์เชื้อราบิวเวอเรีย AERO Spore และ กรรมวิธีที่ 3 ซึ่งใช้วิธีหว่านเชื้อราบิวเวอเรีย แสดงให้เห็นว่าเชื้อราสามารถเข้าทำลายมอดเจาะผลกาแฟได้ภายใต้สภาพแปลงทดลอง ทั้งนี้ จะดำเนินการติดตามและประเมินผลการเปลี่ยนแปลงของประชากรมอดเจาะผลกาแฟอย่างต่อเนื่อง เพื่อประกอบการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแต่ละกรรมวิธีในการควบคุมศัตรูพืชต่อไป (เมื่อวันที่ 21 – 22 กรกฎาคม 2569)





