ศทอ.เชียงใหม่ ลงพื้นที่ดำเนินการเก็บข้อมูลประชากรมอดเจาะผลกาแฟในสภาพแปลง ภายใต้โครงการสำรวจและป้องกันกำจัดมอดเจาะผลกาแฟในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน

นางสาวนุชจารี วนาศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดเชียงใหม่ มอบหมายให้ นางสาววิยะดา แก้วเคียงคำ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ และนายท้าย สุนนท์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่ดำเนินการเก็บข้อมูลประชากรมอดเจาะผลกาแฟในสภาพแปลง ภายใต้โครงการสำรวจและป้องกันกำจัดมอดเจาะผลกาแฟในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมลงพื้นที่สำรวจและติดตามสถานการณ์การระบาดของมอดเจาะผลกาแฟ และแนวทางการป้องกันกำจัดในพื้นที่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอแม่สะเรียง ณ ตำบลแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน การดำเนินงานประกอบด้วย การเก็บรวบรวมมอดเจาะผลกาแฟจากกับดักสารล่อ และการสำรวจตรวจนับผลกาแฟที่ถูกมอดเจาะผลกาแฟเข้าทำลายบนต้น ในแปลงศึกษาวิจัย จำนวน 3 แปลง ต้นกาแฟอยู่ในระยะผลสีเขียว ทั้งนี้ เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงของประชากรมอดเจาะผลกาแฟภายหลังการควบคุมป้องกันด้วยเชื้อราบิวเวอเรีย เป็นระยะเวลา 42 วัน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พื้นที่ศึกษาทดสอบได้รับอิทธิพลจากฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้มีความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยระหว่างการเก็บข้อมูลที่ 92% และอุณหภูมิเฉลี่ย 22 องศาเซลเซียส จากการตรวจนับมอดเจาะผลกาแฟที่พบในกับดักสารล่อ พบว่า ประชากรมอดเจาะผลกาแฟในกรรมวิธีที่ 2 (AEROspore) และกรรมวิธีที่ 3 (การหว่านเชื้อราบิวเวอเรีย) มีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากการสำรวจครั้งที่ผ่านมา คิดเป็นร้อยละ 5.67 และ 119.58 ตามลำดับ และพบมอดเจาะผลกาแฟที่ถูกเชื้อราบิวเวอเรียเข้าทำลายเพิ่มขึ้น ทั้งนี้การเพิ่มขึ้นของประชากรมอดเจาะผลกาแฟในช่วงดังกล่าว อาจมีความสัมพันธ์กับสภาพอากาศที่มีความชื้นสูงภายหลังฝนตกต่อเนื่อง โดยความชื้นสัมพัทธ์ที่สูงร่วมกับอุณหภูมิในช่วงที่เหมาะสม อาจเอื้อต่อการเคลื่อนย้ายและการออกจากผลกาแฟเดิมของมอดเจาะผลกาแฟ ทำให้มีโอกาสเข้าทำลายผลกาแฟใหม่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ความชื้นสูงอย่างต่อเนื่องยังเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการงอกของสปอร์และการเข้าทำลายแมลงของเชื้อราศัตรูธรรมชาติ จึงพบมอดเจาะผลกาแฟที่มีลักษณะติดเชื้อราบิวเวอเรียเพิ่มขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม ผลของความชื้นต่อประชากรมอดและประสิทธิภาพของเชื้อราอาจแตกต่างกันตามระดับและระยะเวลาของฝน อุณหภูมิ ร่มเงา และสภาพแวดล้อมภายในแปลง จึงจำเป็นต้องติดตามและเก็บข้อมูลประชากรมอดเจาะผลกาแฟ การเข้าทำลายของมอด และการติดเชื้อราบิวเวอเรียอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับข้อมูลสภาพอากาศ เพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของประชากรมอดเจาะผลกาแฟ และประเมินประสิทธิภาพของวิธีการใช้เชื้อราบิวเวอเรียในแต่ละกรรมวิธีได้อย่างเหมาะสมต่อไป (เมื่อวันที่ 25–26 สิงหาคม 2569)

Scroll to Top