ศทอ.พิษณุโลก ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและติดตามสถานการณ์ศัตรูพืช ของเกษตรกรในพื้นที่ ตำบลบางไผ่ อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร

วันที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 11.00 น . นายประเสริฐ อินเกตุสมบูรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตร ด้านอารักขาพืช จังหวัดพิษณุโลก มอบหมายให้ นายอิทธิพล ยอดโค้น นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและติดตามสถานการณ์ศัตรูพืช ของเกษตรกรในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลบางไผ่ อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร จากการสำรวจพบว่า แปลงปลูกแฟง มีการเข้าทำลายของศัตรูพืชหลายชนิด ได้แก่ แมลงหวี่ขาว เพลี้ยไฟ และโรคจากเชื้อไวรัส ส่งผลให้พืช แสดงอาการใบหงิกงอ ด่างเหลือง ชะงักการเจริญเติบโต และผลผลิตลดลง จากการสอบถามเกษตรกรพบว่ามีการใช้สารเคมีกำจัดแมลง ได้แก่ แลมป์ดาไซฮาโลทริน (กลุ่ม 3A) โดยฉีดพ่นไม่ทั่วถึงบริเวณใต้ใบ ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของแมลงหวี่ขาว ส่งผลให้การควบคุมไม่ได้ผลและมีการใช้ไทอะมีทอกแซม (กลุ่ม 4A) รวมถึงสารป้องกันกำจัดโรคพืช เฮกซะโคนาโซล (กลุ่ม 3) ซึ่งไม่สามารถควบคุมโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสได้ โดยมีการฉีดพ่นต่อเนื่อง ทุก 3 วันหลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถควบคุมการระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการนี้ เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำ แก่เกษตรกรในการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องและปลอดภัยโดยเน้นการสลับกลุ่มสารเพื่อลดการดื้อยา การผสมสารตามลำดับที่ถูกต้องและการเลือกช่วงเวลาการพ่นที่เหมาะสม รวมถึงการเลือกใช้สารให้ตรงกับชนิดของศัตรูพืชโดยในส่วนของแมลงหวี่ขาว แนะนำให้ใช้ไพริพรอกซิเฟน (กลุ่ม 7 C) เพื่อควบคุมไข่และยับยั้งการลอกคราบ ร่วมกับไพรมีโทซีน (กลุ่ม 9 B) หรือฟลอนิคามิด (กลุ่ม 29) เพื่อกำจัดตัวอ่อนและตัวเต็มวัย ส่วนเพลี้ยไฟ แนะนำให้ใช้ลูเฟนนูรอน (กลุ่ม 15) เพื่อควบคุมไข่ ร่วมกับคลอฟีนาเพอร์ (กลุ่ม 13) หรือไซแอนทรานิลิโพรลเพื่อกำจัดตัวอ่อนและตัวเต็มวัย ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้เกษตรกรใช้แนวทางการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM) ควบคู่ไปกับการใช้สารเคมีอย่างเหมาะสม เพื่อลดต้นทุนลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมศัตรูพืชอย่างยั่งยืนต่อไป

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top